ผู้เขียน หัวข้อ: โรคมือเท้าปาก - อาการ, สาเหตุ, การรักษา-เเละ สมุนไพร  (อ่าน 7 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

โรคมือเท้าปาก  (Hand Foot and Mouth  disease – HFMD)
[url=http://www.disthai.com/16828313/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81-hand-foot-and-mouth-disease-hfmd]โรคมือเท้าปาก[/url] เป็นอย่างไร โรคมือ-เท้า-ปาก เป็นไข้ออกผื่นที่ต่อเนื่องกันง่าย แต่มักไม่รุนแรงและหายได้เองเป็นส่วนมาก ส่วนน้อยที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ซึ่งโรค มือเท้าปาก เป็นโรคที่พบมากในเด็กเล็ก โดยเฉพาะตอนหน้าฝน มักเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากเชื้อไวรัสกรุ๊ป Enterovirus  แม้กระนั้นในแถบร้อนชื้น พบได้ทั่วไปได้ทั้งปีโดยส่วนมากแล้ว พบได้มากในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีแต่บางทีอาจพบในเด็กอายุมากกว่านี้ก็ได้ รวมทั้งถ้าเกิดมีการกำเนิดโรคในสถานเลี้ยงเด็กหรือในโรงเรียนสำหรับสอนเด็กอนุบาล ก็จะพบคนไข้มากไม่น้อยเลยทีเดียวขึ้นเนื่องจากว่าโรคนี้ระบาดได้ง่าย
                อนึ่งโรคนี้เป็นโรคคนละชนิดกับโรคปากเปื่อยยุ่ยเท้าเปื่อยยุ่ยที่พบได้ในสัตว์กีบคู่ ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่ติดต่อมาสู่คน เว้นเสียแต่ในเรื่องที่คนไปสัมผัสคลุกคลีอยู่กับสัตว์ที่เจ็บป่วยหรือผู้ที่ปฏิบัติการในห้องทดลองเกี่ยวกับโรคในสัตว์เหล่านี้ ที่อาจมีรายงานการตำหนิดเชื้อได้บ้าง
                อันที่จริงแล้ว โรคมือ เท้า ปาก ว่าไม่ใช่โรคใหม่ แม้กระนั้นรู้จักกันมานานมากกว่า 50 ปีแล้ว  โดยมีประวัติที่มาที่ไปของโรค ดังนี้

  • พุทธศักราช 2500 มีรายงานการระบาดของกรุ๊ปอาการไข้ซึ่งเจอร่วมกับตุ่มน้ำใสในโพรงปาก มือและก็เท้าในคนป่วยเด็กที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา โดยเจอสาเหตุจากเชื้อ Coxsackie virus A16(Cox A16)1
  • พุทธศักราช 2502 เจอการระบาดของกลุ่มอาการสิ่งเดียวกันในเมือง Bermingham ประเทศอังกฤษ แล้วก็ได้มีการเรียกกลุ่มอาการนี้ว่า Hand-Foot-and Mouth Disease (HFMD)


ต่อไปก็มีรายงานการระบาดจากประเทศต่างๆทั่วทั้งโลก ซึ่งเชื้อไวรัสที่กระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการมือ เท้า ปาก ไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวแต่ว่ามีมากกว่า 10 สายพันธุ์
ในการระบาดใหญ่ของกรุ๊ปอาการของโรคมือ เท้า ปาก พบว่ามีรายงานตั้งแต่ พุทธศักราช2540-2555 มีดังนี้

  • พุทธศักราช2540 มาเลเซีย (เสียชีวิต 31 ราย) พ.ศ.2541 ไต้หวัน (คนเจ็บ 1.5 ล้านราย เสียชีวิต 78 ราย)
  • พ.ศ.2550 ประเทศอินเดีย (คนไข้ 38 ราย) และก็ พ.ศ.2551 ประเทศอินเดีย (ผู้ป่วย 25,000 ราย เสียชีวิต 42 ราย) สิงคโปร์ (คนไข้มากยิ่งกว่า 2,600 ราย) เวียดนาม (คนเจ็บ 2,300 ราย เสียชีวิต 11 ราย) มองโกเลีย (คนไข้ 2,600 ราย) และก็บรูไน (คนเจ็บ 1,053 ราย)
  • พุทธศักราช2552 จีน (คนป่วย 115,000 ราย เสียชีวิต 85 ราย) แล้วก็ พุทธศักราช2553 จีน (คนไข้ 1.6 ล้านราย เสียชีวิต 537 ราย)
  • พุทธศักราช2554 เวียดนาม (คนเจ็บ 42,000 ราย เสียชีวิต 98 ราย) แล้วก็จีน (คนป่วย 1.3 ล้านราย เสียชีวิต 437 ราย)
  • พ.ศ.2555 เขมร (เสียชีวิต 52 ราย) จีน (คนไข้ 460,000 ราย เสียชีวิต 112 ราย) ไทย (ผู้ป่วย 168,60 ราย เสียชีวิต 1 ราย)


สำหรับสถานการณ์โรคมือเท้าปากในประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลที่ได้รับมาจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี 2558 มีคนป่วยทั้งหมด 40,417 ราย คิดเป็นอัตราส่วน 62.21 ต่อประชาชน 1 แสนคน แล้วก็มีคนไข้เสียชีวิต 3 ราย ส่วนในปี 2559 ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 เดือนมีนาคม 2559 มีผู้ป่วย 8,973 ราย คิดเป็นอัตราส่วน 13.78 ต่อสามัญชน 1 แสนคน และยังไม่มีผู้ตาย
ตั้งแต่เริ่มมีการตรวจเจอเชื้อ EV71 ในคนเจ็บโรค HFMD ในปี2541 ในประเทศไทยก็เริ่มมีการเฝ้าระวังรายงานรวมทั้งสอบสวนผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อโรค EV71 และก็คุ้มครองปกป้องควบคุมโรคจากนั้นมา พบว่าคนเจ็บส่วนมากเป็นเด็กอายุต่ำยิ่งกว่า 2 ปีแล้วก็ราวๆครึ่งเดียวติดเชื้อ EV71 ที่มีลักษณะไม่รุนแรง
ส่วนในด้านรายงานการแพร่ระบาดของโรคมือเท้าปากจากสำนักระบาดวิทยา พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมกราคม ถึง 1 เมษายน 2559 มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนทั้งตามโรงเรียนรวมทั้งในชุมชน 8 เรื่องราว จากจำนวนคนป่วย 22 ราย ดังนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แนะให้สถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการที่กรมควบคุมโรคกำหนด เพื่อปกป้องการเกิดโรคแล้วก็การแพร่ระบาดของโรค
ที่มาของโรคมือเท้าปาก โรคมือเท้าปากเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการต่อว่าดเชื้อกรุ๊ปเชื้อไวรัสเอนเทอโร (Enterovirus) ซึ่งมีอยู่ร่วมกันหลากหลายสาย อย่างเช่น ค็อกแซคกีเอรวมทั้งบี (Coxsackie A, B), ไวรัสเอนเทอโรชนิด 71 (Enterovirus 71 – EV71) ต้นสายปลายเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือการระบาดจากการต่อว่าดเชื้อไวรัสค็อกแซคกีเอชนิด 16 (Coxsackievirus A 16) ซึ่งอาการมักจะไม่ร้ายแรง แล้วก็คนเจ็บชอบหายได้เองเป็นส่วนใหญ่ ส่วนปัจจัยที่เจอได้น้อยและมีลักษณะอาการร้ายแรง คือ การตำหนิดเชื้อไวรัสเอนเทอโรจำพวก 71 ซึ่งอาจส่งผลให้คนเจ็บเกิดภาวะสอดแทรกร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกนั้นโรคมือเท้าปากยังอาจเกิดได้จากเชื้อไวรัสค็อกแซคกีเอชนิด 5, 7, 9, 10 รวมทั้งเชื้อไวรัสค็อกแซคกีบีจำพวก 2 แล้วก็ 5 ได้บ้าง
                ซึ่งโรคนี้จำนวนมากชอบต่อเนื่องกันจากการกินของกิน น้ำดื่ม การดูดเลียนิ้วมือ หรือของเล่นที่ปนเปื้อนเชื้อที่ออกมากับอุจจาระ น้ำเหลืองจากตุ่มน้ำที่ผิวหนัง หรือละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้เจ็บป่วย ส่วนน้อยที่ติดต่อโดยการดมเอาฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายที่ผู้ป่วยไอหรือจามรด  ซึ่งเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว โดยประมาณ 3-6 วัน คนป่วยจึงจะมีลักษณะอาการ
อาการของโรคมือเท้าปาก  หลังจากติดเชื้อโรค 3-7 วัน คนเจ็บจะเริ่มออกอาการเริ่มต้นเป็นจับไข้ตํ่าๆราวๆ 38-39o C แล้วก็มีลักษณะอาการปวดเหมื่อยตามตัวระยะนี้จะมีช่วงเวลา ราวๆ 1-2 วัน จากนั้นจะเริ่มมีลักษณะเจ็บปาก ตรวจร่างกายจะเจอมีรอยโรคในรอบๆปาก มือและเท้าได้ดังนี้

  • รอยโรคบริเวณปาก เจอในคนเจ็บร้อยละ 100 มีรอยโรคจํานวน 5-10 แห้ง เจอได้ทุกรอบๆในปากแม้กระนั้นที่พบได้บ่อยหมายถึงเพดานปาก ลิ้น แล้วก็เยื่อบุกระพุ้งแก้ม รอยโรคระยะเริ่มต้น ลักษณะเป็นรอยสีแดงบางทีอาจนูนเล็กน้อยขนาด 2-8 มิลลิเมตรแล้วจะเปลี่ยนเป็นตุ่มนํ้าสีเทาขนาดเล็กขอบแดงช่วงที่รอยโรคเป็นตุ่มนํ้าจะสั้น จึงมักตรวจไม่พบ  รอยโรคในเวลานี้แม้กระนั้นก็พบได้ทั่วไปลักษณะเป็นแผลตื้นๆสีเหลืองถึงเทาของแดงซึ่งบางครั้งก็อาจจะมารวมกันเป็นรอยโรคใหญ่ได้


ร้อยละ 80 ของคนไข้อาการเจ็บปากจะไม่ร้ายแรงแล้วก็หายได้เองโดยไม่ต้องรักษาด้านใน 5-10 วัน

  • รอยโรคที่ผิวหนัง


อาจเกิดขึ้นพร้อมรอยโรคที่ปาก หรือหลังจากนั้นเล็กน้อยจํานวนตั้งแต่ 2-3 แห้งไปจนกระทั่ง 100 ที่ พบ ที่มือบ่อยครั้งกว่าเท่า ลักษณะเป็นรอยแดงๆอาจนูนน้อยขนาด 2-10 มม. ตรงกลางสีเทา บางรอยโรคมี ลักษณะเป็นตุ่มนํ้าใสขอบแดง มีกระจัดกระจายขนานไปกับแนวของผิวหนังอาจเจ็บหรือไม่ก็ได้ต่อไป 2-3 วัน จะ เริ่มตกสะเก็ด และเบาๆหายไปด้านใน 7-10 วัน โดยไม่มีรอยแผลเป็นหลงเหลือ
รอบๆอื่นๆที่อาจเจอรอยโรคได้เช่นกัน คือ ก้น แขน ขา และก็อวัยวะสืบพันธุ์ในทารกบางทีอาจเจอ กระจัดกระจายทั่วตัวได้
โดยทั่วไปโรคมือเท้า ปากจัดว่ามีอาการน้อยส่วนใหญ่มักมีเพียงไข้ครั่นเนื้อครั่นตัวรวมทั้งเจ็บปาก แต่ว่า ในคนเจ็บบางรายอาจพบภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้โดยเฉพาะจากการติดเชื้อ enterovirus 71 สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อ การเจอภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง คือ

  • อายุในกรุ๊ปคนไข้อายุน้อยจะพบอาการสอดแทรกรุนแรงและก็เสียชีวิตมากยิ่งกว่าในกรุ๊ปคนไข้ที่แก่ ดังเช่นว่าการระบาดในปีพ.ศ.2541 ที่ประเทศไต้หวัน พบว่าอัตราการเสียชีวิตโดยรวม คือ 44.4/100,000 รายแต่ว่ากรุ๊ปที่อัตราการตายสูงสุด คือ 6-11 เดือนเท่ากับ 96.96/100,000 ราย
  • จับไข้สูงไปกว่า 39o C แล้วก็นานเกิน 3 วัน
  • มีลักษณะคลื่นไส้มากมายรับประทานอาหารไม่ได้


ซึ่งปัจจัยเสี่ยงในข้อ 2 และ 3 จากการค้นคว้าที่โรงหมอเด็ก Chang Gung ประเทศไต้หวัน พบว่า สัมพันธ์กับการติดเชื้อ EV มากยิ่งกว่า Cox A  โดยมักจะทำให้เกิดภาวะสอดแทรก/ทางระบบประสาท ระบบหัวใจ แล้วก็ปอดได้สูง ทำให้คนเจ็บเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากสภาวะปอดบวมน้ำ เลือดออกในปอด และสภาวะช็อก
อย่างไรก็ตามเชื้อคอกแซคก็เชื้อไวรัส เอ 16 ก็อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกเป็น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มห่อหัวใจอักเสบ และภาวะช็อกได้ แม้กระนั้นพบได้น้อยกว่าจากเชื้อ เอนเทอโรเชื้อไวรัส 71 มากมาย
ปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคมือเท้าปาก

  • เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมากที่สุด เพราะมักพบการติดเชื้อและการระบาดของโรคใน สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือศูนย์เด็กเล็กเป็นส่วนใหญ่
  • การที่ผู้ดูแลเด็กไม่ได้ให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อของโรคมือเท้าปาก
  • สภาพที่อยู่อาศัย หรือโรงเรียน/ศูนย์เด็กเล็กไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น มีลักษณะอับ ทึบ แสงแดดส่องไม่ถึง
  • การใช้ข้าวของเครื่องใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ช้อน ร่วมกัน
  • การไอ จาม รดกัน หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว
แนวทางการรักษาโรคมือ เท้าปาก การวินิจฉัยโรคมือเท้าปากโดยทั่วไปใช่อาการและอาการแสดงเป็นสําคัญ (clinical diagnosis) โดยแพทย์จะตรวจร่างกายหารอยโรคจําเพาะที่บริเวณมือเท้า ปากร่วมกับมีไข้ ได้แก่  ผู้ป่วยมีไข้ 38 – 39 องศาเซลเซียส  พบจุดนูนแดง ตุ่มน้ำใส หรือ แผลที่เยื่อบุปาก ลิ้น และเหงือก พบจุดแดงราบ ตุ่มนูน หรือตุ่มน้ำที่มือ เท้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และแก้มก้น
การตรวจรอยโรคที่ผิวหนัง (cutaneous lesion) ทางพยาธิวิทยา(histology) จะพบเม็ดเลือดขาวชนิด neutrophil และ lymphocyte เพิ่มขึ้น แต่จะไม้พบmultinucleated giant cell หรือ inclusion body 11 สําหรับในกรณีที่ต้องการทราบชนิดของเชื้อไวรัสที่ก้อโรค สามารถทําได้โดยการแยกเชื้อไวรัส หรือตรวจ ร่องรอยการติดเชื้อจากนํ้าเหลือง สําหรับประเทศไทยใช้วิธี micro-neutralization หากพบผู้ป่วยในข่ายสงสัยให้ เก็บตัวอย่างดังนี้

  • อุจจาระภายใน 14 วันของการป่วยโดยเก็บประมาณ 8 กรัม ใส่กล่องพลาสติกสะอาด
  • สวอบลําคอ (throat swab) โดยจุ่มปลายสวอบลงใน viral transport media ให้จมปลาย ตัวอย่างในข้อ 1 และ 2 ให้เก็บส่งโดยแช่เย็นในกระติกนํ้าแข็งอุณหภูมิ 4-8o C และส่งห้องปฏิบัติ การโดยเร็วที่สุด
  • เก็บเลือด 2 ครั้งประมาณ 3-5 มล.ต่อครั้ง ครั้งแรกที่สุดภายใน 3-5 วันหลังป่วยและครั้งที่ 2 หลัง จากครั้งแรก 14วัน โดยใส่ในหลอดแก้วปราศจากเชื้อพันพลาสเตอร์ให้แน่น เก็บตัวอย่างในตู้เย็น เพื่อรอส่งตรวจพร้อมกัน


โรคมือเท้าปากไม่มีวัคซีนหรือยาสำหรับรักษาโรคโดยตรง การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการ เช่นการให้ยาลดไข้ paracetamol หรือให้ยาบ้วนปากเพื่อช่วยลดอาการเจ็บของแผลในช่องปาก ถ้าตุ่มกลายเป็นหนองหรือพุพองก็จะให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลินวี อะม็อกซีซิลลิน อีริโทรไมซิน เป็นต้น ถ้ามีภาวะขาดน้ำเนื่องจากกินและดื่มไม่ได้ ก็จะให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ก็จำเป็นต้องรับเด็กไว้รักษาในโรงพยาบาลหรือส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ.2539 มีการศึกษาที่ Medical College of Ohio ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีการทดลองใช้ acyclovir ในการรักษาผู้ป่วยโรคมือเท้า ปาก 13 รายซึ่ง 12 รายเป็นเด็กอายุ 1-5 ปีและอีก 1 รายเป็นผู้ใหญ่ โดยเริ่มใช้ยา acyclovir ภายใน 1-2 วัน หลังเริ่มมีรอยโรคพบว่าอาการของผู้ป่วยดีขึ้น และรอยโรคเปลี่ยนแปลงดี ขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มรักษา ได้ให้ acyclovir ต่ออีก 5 วันจนรอยโรคหายไปหมด ผู้ศึกษาเชื่อว่า acyclovir อาจไปยับยั้งเอนไซม์ thymidine kinase ของ Cox A16แต่ก็อาจมีประโยชน์ ด้านอื่นด้วยเช่น อาจทําให้ผู้ป่วยสร้าง interferon เพื่อยับยั้งไวรัสมากขึ้น15 อย่างไรก็ดียังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ acyclovir ในการ ลดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
และหลังจากการติดเชื้อผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสที่ก่อโรค แต่อาจเกิดโรคมือเท้า ปากซํ้าได้จาก enterovirus ตัวอื่นๆ
การติดต่อของโรค มือ เท้า ปาก  โรคมือเท้าปากสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งจากตุ่มน้ำใส หรือสารคัดหลั่งจากจมูกและปากอันได้แก่ น้ำมูก เสมหะ หรือน้ำลาย นอกจากนี้แล้วไวรัสยังสามารถพบได้ในอุจจาระ โดยไวรัสสามารถแพร่กระจายได้ตั้งแต่ในระยะแรกที่แสดงอาการโดยช่วงที่มีการแพร่กระจายมากที่สุด คือ สัปดาห์แรกที่ผู้ป่วยมีอาการและอาจจะยังพบได้อีกหลายสัปดาห์ในอุจจาระของผู้ป่วยที่หายจากอาการของโรคแล้ว นอกจากนี้แล้วในผู้ใหญ่อาจจะสามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสได้โดยไม่แสดงอาการใดๆ ซึ่งการได้รับไวรัสอาจเป็นการได้รับโดยตรงเช่นจากการไอหรือจาม หรืออาจจะได้รับไวรัสโดยอ้อมโดยการสัมผัสกับพื้นผิวหรือสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสอยู่ เช่นในสถานรับเลี้ยงเด็กซึ่งอาจมีของเล่นหรือของใช้เด็กที่ปนเปื้อนน้ำลายเนื่องจากเด็กเล็กมักชอบนำสิ่งของเข้าปาก  ดูดเลียนิ้วมือ รวมถึงจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ มือของผู้เลี้ยงดูเด็กที่ไม่สะอาด เป็นต้น  เนื่องจากโรคมือเท้าปากมักพบในเด็กเล็ก ดังนั้นการระบาดมักพบในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือตามโรงเรียนอนุบาล  เชื้อเอนเทอโรไวรัสสามารถทนสภาวะกรดในทางเดินอาหารมนุษย์ได้ และมีชีวิตอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 2-3วัน
โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเย็นหรือชื้นแฉะเชื้ออาจอยู่ได้เป็นเดือน  นอกจากนี้ การทำลายเชื้อต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม น้ำยาฆ่าเชื้อทั่วๆ ไปบางชนิด เช่น แอลกอฮอล์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์และแอลกอฮอล์เจลใช้ป้องกันไวรัสไข้หวัดได้ แต่สำหรับเชื้อไวรัสเอนเทอโร แอลกอฮอล์ไม่มีผลโดยตรง
การปฏิบัติตนเมื่อป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องให้ยารักษาจำเพาะ เพียงแต่ให้การดูแลตามอาการ และเฝ้าติดตามอาการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด โดยมีวิธีปฏิบัติ ดังนี้

  • ทานยาลดไข้ พาราเซตามอล เป็นครั้งคราวเวลา มีไข้สูง
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยสังเกตดูว่ามีปัสสาวะออกมากและใส จึงนับว่าได้น้ำพอเพียง
  • ในช่วงที่มีอาการเจ็บแผลในปาก ให้กินอาหารเหลวหรือของน้ำๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืด นม น้ำเต้าหู้ น้ำหวาน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บในปาก อาจใช้วิธีอมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ ดื่มน้ำหรือนมเย็นๆ กินไอศกรีม หรือบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ (ผสมเกลือป่นครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่น ๑ แก้ว) วันละหลายๆ ครั้ง เพื่อบรรเทาอาการเจ็บแผลในปาก
  • แยกของใช้ไม่ใช้ร่วมกับคนอื่น เช่น แก้วน้ำ หลอดดูด ช้อน-ส้อม ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดมือ ขับถ่ายอุจจาระลงในในโถส้วม
  • ควรทำความสะอาดพื้นห้องและพื้นผิวอื่นๆ ที่สัมผัสบ่อยๆ รวมถึงห้องสุขาและห้องน้ำ โดยล้างด้วยน้ำและผงซักฟอก แล้วตามด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของคลอรีน เช่น ไฮเตอร์ ไฮยีน คลอร็อกซ์ โดยผสมตามฉลากปิดข้างขวด ทิ้งไว้ ๑๐ นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำให้สะอาดเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้าง
  • แยกเด็กที่ป่วยไม่ให้คลุกคลีกับเด็กคนอื่นๆ ทั้งเพื่อนบ้าน และพี่น้องที่อยู่ในบ้านเดียวกัน เช่น การกอดรัด การเล่นของเล่นที่เปื้อนน้ำลายหรือน้ำมูกของผู้ป่วย โดยเฉพาะในกรณีที่มีน้องเล็กๆ อายุ ๑-๒ ปีหรือน้อยกว่า เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดอาการรุนแรง ไม่นำเด็กไปในที่ที่มีคนอยู่จำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด สระว่ายน้ำ ควรให้เด็กอยู่ในที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี
  • ขอให้เด็กหยุดเรียนเป็นเวลา ๗ วันนับจากวันเริ่มมีอาการ (ถึงแม้ว่าเด็กอาจมีอาการดีขึ้นก่อนครบ ๗ วัน) หากเด็กมีอาการป่วยรุนแรงขึ้น เช่น ไข้สูง อาเจียน หอบเหนื่อย ซึม ชัก หรืออาการแย่ลง ต้องรีบพาไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที ในกรณีผู้ป่วยเป็นผู้ใหญ่ให้หยุดงานเป็นเวลา 7 วันเช่นกัน
  • ควรปรึกษาแพทย์ เมื่อมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
  • ตุ่มน้ำ กลายเป็นตุ่มหนองหรือพุพองจากการเกาให้แพทย์พิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะรักษา
  • มีอาการเจ็บแผลในปาก จนกินอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อย
  • มีอาการปวดศีรษะมาก อาเจียนรุนแรง ไม่ค่อยรู้ตัว ชัก แขนขาอ่อนแรง หรือหายใจหอบเหนื่อย ควรส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์

การคุ้มครองป้องกันตนเองจากโรคมือเท้าปาก

  • สำหรับเด็ก ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำรวมทั้งสบู่ทุกครั้งหลังการขับถ่าย ก่อนที่จะกินอาหาร หรือเมื่อสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย
  • สำหรับผู้ที่คอยดูแลเด็ก ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำแล้วก็สบู่ทุกหนก่อนจะมีการเตรียมอาหาร ก่อนอาหาร และก็หลังการขับถ่าย รวมถึงหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก ข้างหลังการช่วยล้างตูดให้แก่เด็กตัวเล็กๆที่พึ่งจะถ่าย หรือสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งของเด็ก อาทิเช่น น้ำมูก น้ำลาย
  • ให้ลูกหลานหลีกเลี่ยงการเล่น หรือคลุกคลีกับเด็กที่ป่วยด้วยโรคมือ เท้า ปาก
  • ไม่นำเด็กเล็กไปในที่ที่มีคนอยู่เยอะมากๆ ดังเช่นว่า ห้าง ตลาด สระว่ายน้ำ แล้วก็ควรให้อยู่ในที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี ในช่วงที่มีการระบาดของโรคมือเท้าปากในพื้นที่
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของ เช่น แก้วน้ำ หลอดดูด ขวดที่เอาไว้ใส่นม ช้อนชาม เสื้อผ้า ผ้าขนหนู ของเล่น ฯลฯ  ร่วมกับคนอื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่มีการระบาดของโรคนี้
  • ฝึกหัดเด็กให้มีสุขนิสัยที่ดี และก็เลี่ยงการใส่นิ้วมือหรือของเด็กเล่นเข้าปาก
  • ทําความสะอาดพื้น เครื่องใช้เสื้อผ้าที่อาจปนเปื้อนเชื้อ ด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อที่ใช้ทั่วๆไปข้างในบ้าน
  • บิดามารดาผู้ดูแลช่วยตรวจตราอาการของลูกหลานทุกวัน หากมีแผลในปากหลายแผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากเจ็บมากจนถึงทำให้ไม่ค่อยกินอาหาร ให้ช่วยแจ้งแก่สถานที่เรียนเพื่อให้มีการดำเนินการควบคุมโรคที่เหมาะสม
  • สำหรับบิดามารดาผู้ปกครองที่จะพาบุตรหลานที่เป็นเด็กเล็กไปที่ต่างประเทศที่มีการระบาด สามารถเดินทางได้ตามเดิม โดยให้ประพฤติตนตามความถูกอนามัยที่ดี หลีกเลี่ยงพาบุตรหลานไปสถานที่คับแคบ แล้วก็ถ้าหากบุตรหลานมีลักษณะเจ็บป่วยที่สงสัยโรคมือ เท้า ปาก ให้พาไปพบหมอ


สมุนไพรที่ใช้รักษา/บรรเทาลักษณะของโรคมือเท้าปาก สมุนไพรที่สามารถประยุกต์ใช้บรรเทาลักษณะโรคมือเท้าปากนั้นมีดังนี้ แม้มีแผลในปากก็สามารถใช้กลีเซอรีนพญายอหยอดบริเวณแผลได้ เพราะในใบพญายอมีสารฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ ทำให้แผลหายเร็วขึ้นรวมทั้งไม่เป็นอันตราย ไม่เป็นผลข้างเคียง
            สมุนไพรในโรค มือ-เท้า-ปาก คือ ฟ้าทลายโจร (Andrographis paniculata (Burm.F.) Nees.) เป็นงานค้นคว้าวิจัยที่ทำในประเทศจีน โดยนักค้นคว้าได้สกัดสารสำคัญของฟ้าทลายมิจฉาชีพและก็ทำให้อยู่ในลักษณะของยาฉีดเป็นAndrographolide Sulfonate injection
งานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยนี้ทำในเด็กที่เป็นโรค มือ-เท้า-ปาก อายุ 1-13 ปี ปริมาณ 230 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กรุ๊ปแรกจะได้รับการรักษาแบบแผนเดิมร่วมกับ สารสกัดฟ้าทะลายขโมยในแบบบาฉีด (Andrographolide Sulfonate injection) อีกกลุ่มจะได้รับการดูแลและรักษาแบบแผนเดิม โดยติดตามผล 7-10 วัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มแรกจะเจออาการเข้าแทรกแบบรุนแรงน้อยกว่ากลุ่มที่สองอย่างมีนัยสำคัญ นอกเหนือจากนี้ยังส่งผลให้ไข้ลดลงได้เร็วขึ้น ทำให้แผลที่ผิวหนังแล้วก็แผลในปากหายมากกว่ากลุ่มหวานใจษาแบบแผนเดิม และไม่พบการเสียชีวิตรวมทั้งผลกระทบที่รุนแรงในกลุ่มทดลองอีกด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • ดร.ภก.ปิยทิพย์ ขันตยาภรณ์.โรคมือเท้าปากในเด็ก.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.ภาควิชาจุลชีววิทยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • Chang L, Lin T, Huang Y, et al. Comparison of enterovirus 71 and coxsackie-virus A16 clinical illnesses during the Taiwan enterovirus epidemic, 1998. Pediatr Infect Dis J 1999;18(12): 1092-6.
  • Abzug MJ. Hand-Foot-and-Mouth Disease. Kliegman: Nelson Textbook of Pediatrics, 19th ed.
  • รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ.โรคมือ-เท้า-ปาก.นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 326.คอลัมน์สารานุกรมทันโรค.มิถุนายน.2549
  • โรคมือ-เท้า-ปาก (Hand-Food-and-Mouth Disease; HEMD) และโรคจากเชื้อ Enterovirus 71 (EV-71) .หน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป “โรคมือ-เท้า-ปาก (Hand-foot-and-mouth-disease)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ).  หน้า 1121-1123. http://www.disthai.com/
  • Alsop J. Hand-foot-and-mouth disease in Birmingham in 1959. Br Med J 1960;2:1708.
  • Shelley WB, Hashin M, Shelley ED. Acyclovir in the treatment of hand-foot-and-mouth disease.Cutis 1996;57:232-4.
  • โรคมือ เท้า ปาก พ.ศ.2555. หมอชาวบ้าน(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก
  • Ho M, Chen E, Hsu K, et al. An epidemic of enterovirus 71 infection in Taiwan. N Engl J Med 1999; 341(13): 929-35.
  • Jennifer CH, Antoinette FH. Hand-food-and-mouth disease. In: Freedberg IM, Eisen AZ, editors. Fitzpatrick’s Dermatology in General Medicine. 5th ed. New York: McGraw-Hill; 1999. p. 2403-7.
  • สมุนไพรที่เคยมีการทำวิจัยในโรคมือเท้าปาก.อภัยภูเบศสาร.ปีที่ 12 .ฉบับที่133.กรกฎาคม.2557
  • Luan YC, Tzou YL, Yhu CH, Kou CT, Shin RS, Ming LK, et al. Comparison of enterovirus 71 and coxsackie virus A16 clinical illnesses during the Taiwan enterovirus epidemic, 1998.Pediatr Infect Dis J 1999;18:1092-6.
  • Robinson CR. Report on an outbreak of febrile illness with pharyngeal lesions and examthem. Toronto, Summer 1957-isolation group A Coxsackie virus. Can Med Assoc J 1958;79:615.
  • Theokiss Z, Joel DK. Enterovirus infection. Pediatrics in Review 1998;19:183-91.
  • พญ.ชนิกานต์ คีรีวิเชียร,พญ.ธันยวีร์ ภูธนกิจ.โรคมือเท้าปาก (Hand-Food-and-Mouth-Disease).คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.กันยายน 2545.หน้า 1- 9
  • โรคมือเท้าปาก-อาการ,สาเหตุ,การรักษา.พบแพทย์(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก


 

ข่าวด่วน
ข่าวประจำวัน
   ข่าวอิสลาม
ข่าวมุสลิม
  ซื้อขายนาฬิกา
นาฬิกามือสอง
  มอเตอร์ไซค์มือสอง
ซื้อขายมอไซค์